สมาชิก




ลืมรหัสผ่าน
สมัครสมาชิก
 

หมวดหมู่สินค้า

สินค้ามาใหม่
 
« October 2017»
SMTWTFS
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031    

จดหมายข่าว

กรอก Email เพื่อรับข่าวสาร
 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 22/06/2011
ปรับปรุง 02/03/2017
สถิติผู้เข้าชม 185,031
Page Views 289,134
สินค้าทั้งหมด 13
 

บี-ซอย ไดเจสท์ (B-Soy Digest)

บี-ซอย ไดเจสท์ (B-Soy Digest)

บี-ซอย ไดเจสท์ (B-Soy Digest)

อาหารเสริมโปรตีนคุณภาพสูง


"ผลิตภัณฑ์ดี ที่พิสูจน์ได้ ตั้งแต่ก่อนใช้"

 

           ถั่วเหลืองจัดเป็นแหล่งของโปรตีนที่ดีสำหรับสุกร  แต่การใช้ถั่วเหลืองดิบหรือถั่วเหลืองที่ไม่ผ่านกระบวนการใดๆ ในอาหารลูกสุกร จะส่งผลเสียต่อสัตว์  เนื่องจากมีสารพิษและสารยับยั้งการใช้โภชนะ เช่น สารที่ขัดขวางการทำงานของน้ำย่อยโปรตีน(Trypsin inhibitor), สารที่ทำให้เม็ดเลือดแดงตกตะกอน (Hemaglutinin), สารที่ทำให้เม็ดเลือดแดงแตก (Lectins) และสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้บวม (β-conglycinin) เป็นต้น ซึ่งมีผลทำให้อัตราการให้ผลผลิตลดลง อัตราการตายเพิ่มขึ้น และมีผลต่อกระบวนการย่อยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันลดลง (Herkelman et al., 1992)

 

  ทำไมต้องใช้ถั่วหมัก

          ปัจจุบันการใช้ถั่วเหลืองเป็นแหล่งโปรตีน นิยมใช้ในรูปของกากถั่วเหลืองที่เป็นผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันถั่วเหลือง ซึ่งใช้ในระดับต่ำในอาหารลูกสุกร  ในกระบวนการผลิตนั้นกากถั่วเหลืองจะผ่านความร้อน สามารถทำลายสารต้านโภชนะได้ ทำให้สามารถใช้ประโยชน์ได้เพิ่มขึ้น แต่ก็มีส่วนที่ย่อยไม่ได้ของสารอาหารที่อยู่ในกากถั่วเหลือง เช่น Oligosaccharide phytin และส่วนของโปรตีนที่ย่อยยาก  จึงมีการนำกากถั่วเหลืองมาผ่านกรรมวิธีโดยการหมักโดยจุลินทรีย์  เพื่อให้จุลินทรีย์ย่อยส่วนของดครงสร้างที่มีความซับซ้อนทำให้โปรตีนต่างๆที่อยู่ในถั่วเหลืองให้อยู่ในรูปขนาดโมเลกุลเล็กลง หรืออยู่ในรูปของกรดอะมิโนอิสระมากขึ้น และพบว่าปริมาณของกรดอะมิโนบางชนิด เช่น กลูตามิค เป็นตัวทำให้รสชาติของอาหารน่ากินมีมากขึ้น (ภาณุวรรณ, 2543)

          ขณะเดียวกัน กรดไขมัน และน้ำตาลที่อยู่ในถั่วเหลืองจะถูกย่อยสลายให้มีขนาดเล็กลง ทำให้สัตว์ที่อายุน้อยสาทารถใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น  และในการหมักจะเกิดสารที่มีกลิ่นหอม และสีเหลืองทองหรือสีน้ำตาล  ทำให้เพิ่มความน่ากิน  ซึ่งผลจากการย่อยโดยเอ็นไซม์ที่ผลิตโดยจุลินทรีย์ย่อยสารอาหารที่มีในกากถั่วเหลืองให้อยู่ในรูปของสารอาหารที่ย่อยและดูดซึมได้ง่ายขึ้น  ซึ่งในขบวนการหมักทำให้ได้เอ็นไซม์ที่จำเป็นสำหรับการย่อยอาหารเพิ่มขึ้น  เช่น Amylase, Protease, Lipase, Hemi-cellulase, Xylanase, β-Glucanase, Phytase อีกทั้งได้ Probiotics เพิ่มขึ้นซึ่งมีส่วนช่วยย่อยอาหารและยังสามารถลดปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดโรคในระบบทางเดินอาหารของลูกสุกร

          ในขณะเดียวกันจุลินทรีย์หลายประเภท  ได้ผลิตสารอาหารประเภทไวตามินเพิ่มเติมในกากถั่วเหลืองหมัก ทำให้มีปริมาณของไวตามินเพิ่มขึ้นจากที่มีอยู่เช่น ไวตามินอี ไวตามินเอ วิตามินบี 12 เป็นต้น (สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร, 2527)  ประกอบกับการเลี้ยงสุกรมีการหย่านมลูกสุกรเร็วขึ้น จากเดิมหย่านมเมื่ออายุ 28-35 วัน เหลือเพียง 21-25 วัน ทำให้ต้องพัฒนาคุณภาพอาหารสำหรับลูกสุกรหย่านม การหย่านมที่เร็วขึ้นจะมีผลกระทบต่อระบบการย่อยอาหารของลูกสุกรซึ่งยังไม่พัฒนาเต็มที่  การกินอาหารได้ลดลงเนื่องจากการพัฒนาของวิลไล (villi) ของลำไส้เล็กยังไม่เพียงพอ (Pluske and William, 1996) ทำให้การสร้างกรดเกลือในกระเพาะอาหารและการสร้างน้ำย่อยจากตับอ่อนได้น้อย (Vertegen and Makkink, 1990)  จึงมีการปรับปรุงอาหารที่ลูกสุกรหย่านมมีคุณภาพดีขึ้น  ให้ลูกสุกรสามารถย่อยใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น  โดยเสริมแหล่งโปรตีนที่มาจากสัตว์ที่มีคุณภาพสูง  โดยทั่วไปเสริมด้วยผลิตภัณฑ์ที่มาจากนม และปลาป่น เป็นเหตุให้ต้นทุนของอาหารมีราคาสูงขึ้นมาก  จึงมีการพยายามนำถั่วเหลืองหมักมาใช้  เพื่อลดต้นทุนในการเลี้ยงลูกสุกร

           ถั่วเหลืองหมักด้วยจุลินทรีย์ได้มีการผลิตมากว่า 1,000 ปี โดยประเทศจีน  เรารู้จักในชื่อ ซอสถั่วเหลือง, เต้าเจี้ยว ส่วนที่ประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า นัตโตะ (Nutto), มิโสะ ส่วนที่ประเทศอินเดีย เรียกว่า kinema และที่ประเทศอินโดนีเซียเรียกว่า เทมเป้ เป็นต้น โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เก็บไว้ได้นาน เพื่อเพิ่มรสชาติและเป็นอาหารเสริม

          โดยทั่วไปถั่วเหลืองหมักที่มีขายในอาหารสัตว์นั้นจะผลิตโดยการใช้เชื้อ จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่สร้างกรดแลคติก  แต่ก็มีปัญหาในการนำไปใช้เพราะว่าเชื้อจุลินทรีย์แลคโตบาซิลัส จะถูกทำลายจนหมด ก่อนสัตว์จะได้กินอาหารสัตว์ ทำให้สัตว์ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากเชื้อจุลินทรีย์เหล่านี้ได้

          ปัจจุบัน  ทางบริษัท ไมโครอินโนเวต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ  บริษัทแรกและบริษัทเดียวที่เกิดจากการร่วมทุนระหว่าง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ภายใต้กระทรวงวิทยาสาสตร์และเทคโนโลยี กับ ภาคธุรกิจเอกชนและกลุ่มนักวิจัย เพื่อดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตกากถั่วเหลืองหมักโดยใช้เชื้อจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัสซับทิลิส (Bacillus subtilis) ขึ้นเป็นแห่งแรกในประเทศไทย ด้วยมูลค่าเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น ที่มีขั้นตอนในการผลิตที่ซับซ้อนและอยู่ในระบบปิดทั้งระบบ  เพ่อลดการปนเปื้อนจากเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคต่างๆ และให้ได้ประสิทธิภาพการหมักสูงสุด  เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าอาหารสูงที่สุด 


ที่มา : น.สพ.ฐิติพงษ์  ศรีสมวงษ์

         Techical Advisor (Nutrition Specialist)

         นิตยสาร  PIG AND PORK ปีที่ 6 ฉบับที่ 67/2554

Tags : B-Soy Digest  กากถั่วเหลืองหมักจุลินทรีย์ 

  Copyright 2005-2011 Microinnovate All rights reserved.
view